วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

พระเวทวิทยาคมป้องกันไม่ให้สุนัขเห่าและกัด



พระเวทวิทยาคมป้องกันไม่ให้สุนัขเห่าและกัด

ในขั้นทดสอบวิชาอาคม ให้ภาวนาเป็นประจำ เมื่อมีโอกาสเข้าไปในบ้านที่มีสุนัขไม่คุ้นกับตน เมื่อถึงจุดขลังแห่งพระเวท ซึ่งเกิดจากการสาธยายภาวนาด้วยจิตที่ตั้งมั่นแน่วแน่แล้ว สุนัขจะไม่เห่า ไม่แสดงอาการดุร้ายที่จะกัดตนเลย ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน

แต่มีข้อปฏิบัติอยู่ว่า ในขณะที่ภาวนาและเดินไปหามัน ให้เดินอย่างธรรมดาไม่เร็วนัก ขณะเดินก็ให้พยายามกดนิ้วหรือจิกนิ้วเท้าทั้ง 2 ข้างลงกับพื้นทุกๆเก้า หากสวมรองเท้าก็กดอยู่ภายในรองเท้า และจะพูดกับใครไม่ได้ จนกว่าจะขึ้นไปบนบ้าน หรือจนกว่าจะขึ้นไปอยู่ในที่ปลอดภัย หรือจนกว่าจะเลยบริเวณที่สุนัขนั้นนอนอยู่ จึงจะพูดกับใครๆได้

จงหมั่นภาวนาสาธยายทดสอบบ่อยๆจนรู้แก่ใจว่าสุนัขไม่เห่า ไม่แสดงอาการดุร้ายเมื่อเห็นตนแล้ว จึงเชื่อสนิทใจว่าตนบรรลุขั้นสุดยอดของพระเวทวิทยาคมแขนงนี้แล้ว 

พระคาถาที่ใช้ภาวนาเรื่อยไปมีว่าดังนี้
อะ มึง อย่า อึง
อึง มึง อย่า อะ.
อะ สุนัข จัง งัง
งัง จัง สุนัข อะ.

อีกวิธีหนึ่ง ให้เอาเศษไม้ตอก(คือเศษไม้ไผ่ที่เขาจักสาน) มาปลุกเสกด้วยพระคาถาอังต่อไปนี้ ให้ได้ 38 จบ แล้วเอาไปเสียบไว้ที่ช่องระหว่างฟัน แล้วเดินไป สุนัขจะไม่เห่าและไม่กัด มันจะนอนนิ่งอยู่เฉยๆ

พระคาถาที่จะนำมาปลุกเสกไม้ตอกว่าดังนี้

ยันติ สันตัง ยันตัง สันตัง.

อีกวิธีหนึ่ง ให้เอาดอกไม้สีขาวมาเสกด้วยพระเวทคาถานี้ 7 จบ (เสกด้วยจิตเป็นสมาธิ พร้อมแผ่เมตตา) แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เดินไป สุนัขจะไม่เห่าและไม่กัดเลย แต่ห้ามไม่ให้เดินกัดเชือกทุกชนิด

ตัวพระคาถาว่าดังนี้
นะจัง งงงัน กันนะอิติ อะระหัง
อะระหัน กันนะอิติ อิติ นะคันงัน งงนะ.

จบแล้วตรึงพระเวทให้อยู่กับตัว ด้วยพระคาถาว่า
โส มา เร สะ(ว่า 8 ครั้ง)

พระเวทวิทยาคมสกัดคนที่คอยดักทำร้ายเรา



พระเวทวิทยาคมสกัดคนที่คอยดักทำร้ายเรา

พระเวทวิทยาคมเป็นเสมือนเทพเจ้าหรือไฟหรือพายุสกัดเผาคนที่คอยดักทำร้ายให้กลับใจเดือดร้อนใจหลีกไปเสียก่อน
ขณะที่เดินออกจากบ้านไปในทิศทางใดๆหากไม่มีสิ่งหรือข้อความจำเป็น ต้องคิดคำนวณ ใคร่ครวญพิจารณาเกี่ยวกับธุรกิจการงานที่สำคัญ ประกอบกับความไม่ประมาท คิดที่จะให้การเดินทางและการอยู่นอกบ้านของตนปราศจากภยันตรายจากมนุษย์ด้วยกัน

ขณะเดินทางไปนั้นก็ให้บริกรรมสาธยายพระเวทวิทยาคมดังต่อไปนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะบันดาลให้แคล้วคลาด และไม่อาจมีใครดักหรือเข้ามาทำร้ายเราได้เลย คือให้บริกรรมภาวนาพระเวทคาถาว่า

1.สัพเพ สัตตา อะเวลา โหนตุ สัพพะสัตตู วิทังเสนตุ.(แล้วเป่าไป)

2.ภัชชิตา เยนะ สัทธัมมา ภัคคะปาเปนะ ตาทิสา
ภะเย สัตเต ปะหาเสนะ ภะยะสันตัง นะมามิหัง.(แล้วเป่าไป)
 
3. ทูเต สัตเต ปะกาเสนโต ทูรัฏฐาเน ปะกาเสติ
ทูรัง นิพพานะมาคัมมะ ทูสะหานัง นะมามิหัง.(แล้วเป่าไป)

4. พะ อุ อะ ทะ นะ มะ พะ, กะ สะ จะ ภะ
ทะ อุ อะ นะ มะ พะ ทะ,  สะ จะ ภะ กะ
(แล้วเป่าไป ชี้นิ้วไล่ไปในทิศที่กะว่าจะมีศัตรู)

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558

พระเวทพูดถ้อยคำออกไปให้เป็นวาจาสิทธิ์และยอมมอบสิ่งของให้เรา



พระเวทพูดถ้อยคำออกไปให้เป็นวาจาสิทธิ์และยอมมอบสิ่งของให้เรา

ก.เกี่ยวกับวาจาสิทธิ์
เมื่อจะทำการสิ่งใด หรือพูดจาอย่างไรกับใคร ให้คำนั้นเป็นวาจาสิทธิ์ ก่อนพูดให้ภาวนาสาธยายพระคาถาเร็วๆก่อน 3 จบแล้วจึงพูด พระคาถาว่า
อิมัง สัจจะวาจัง อะธิฏฐามิ
ทุติ อิมัง สัจจะวาจัง อะทิฏฐามิ
ตะติ อิมัง สัจจะวาจัง อะทิฏฐามิ.


พระคาถาแก้
เมื่อปลุกเสกพระคาถานี้แล้ว ถ้ายังไม่ถอน อย่าได้ว่ากล่าวแช่งด่าใคร เดี๋ยวจะเป็นไปตามที่ตนกล่าว
เวลาจะถอนพระคาถา ให้เอานิ้วชี้มือขวาสีปากกลับไปทางซ้าย 3 ครั้ง พร้อมกับภาวนาพระคาถาว่า
อิมัง สัจจะวาจัง ปัจจุทธะรามิ
ทุติ อิมัง สัจจะวาจัง ปัจจุทธะรามิ
ตะติ อิมัง สัจจะวาจัง ปัจจุทธะรามิ.
(เป็นอันถอนหมด)

ข.เกี่ยวกับการขอของที่เราต้องการ
ในกรณีที่ต้องเผชิญภัยอาศัยป่า เป็นต้น เกิดขัดข้องด้วยเรื่องปัจจัยสี่ ก็จำเป็นจะต้องออกมาขอสิ่งของต่างๆจากผู้อื่น เมื่อต้องการที่จะให้คนนั้นๆใจอ่อนหรือเกิดลืมตัวยื่นของให้เราแต่โดยดี ก็ให้ภาวนาพระคาถาต่อไปนี้ แล้วออกปากยื่นมือขอเขา  เขาจะให้โดยดีแล

ให้เขียนพระคาถานี้เป็นตัวอักษรลงในฝ่ามือ ด้วยจิตที่แน่วแน่ปักอธิษฐานลงไป

อักษรคาถา
อิ. นะ. ศิ. ลา.

ขณะเขียนอักษรแต่ละตัว ให้ภาวนาว่า 
อิ อักขะระยันตัง สันตัง อุปัชชะติ วิกะรึงคะเร
นะ อักขะระยันตัง สันตัง อุปัชชะติ วิกะรึงคะเร
ศิ อักขะระยันตัง สันตัง อุปัชชะติ วิกะรึงคะเร
ลา อักขะระยันตัง สันตัง อุปัชชะติ วิกะรึงคะเร.

และเสกเสียด้วยพระคาถานั้นอีก 7 ครั้ง แล้วกรึงเสียด้วยพระคาถา “จิ เจ รุ นิ อิสสะเรนะ วิกะรึงคะเร, โสมาเรสะๆๆ

เสกเสร็จแล้วให้กำมือเดินไป ต่อเมื่อจะขออะไรจากใคร ก็ให้แบมือออกขอได้เลย เขาจะไม่ขัดข้อง ยื่นให้เราแล

หมายเหตุ เมื่อจะขอสิ่งของจากคนต่อไป ก็ต้องไปเขียนใหม่ กำมือใหม่อีก จึงจะได้

พระเวทสำหรับข่มจิตและผูกไมตรีผู้อื่น



พระเวทสำหรับข่มจิตและผูกไมตรีผู้อื่น

เมื่อไปพบบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่สังเกตหรือคาดคะเน หรือรู้สึกตัวว่าจะก่อความยุ่งยากก่อภัยให้แก่เรา ก็ให้กำหนดสติให้มั่นคงรีบบริกรรมสาธยายพระคาถาดังต่อไปนี้ แล้วเป่าลงที่ใบหน้าของเรา และเป่าไปทางทิศที่อีกฝ่ายยืนนิ่งอยู่ เพื่อให้อีกฝ่ายครั่นคร้ามและกลับเอ็นดูเป็นมิตรไมตรีกับเราไปพร้อมๆกัน ว่า

1.โลเภ ชะหะติ สัมพุทโธ โลกะเสฏโฐ คุณากะโร
โลเภ สัตเต ชะหาเปติ โลภะสันตัง นะมามิหัง.

2. ริปุราคาทิภูตัง วะ ริทฺธิยา ปะฏิหัญญะติ
ริตตัง กัมมัง นะ กาเรตา ริยะวังสัง นะมามิหัง.

3.วานา นิกขะมิ โย ตัณหา วาจัง ภาสะติ อุตตะมัง
วานะนิพพานะมัตถายะ วายะมันตัง นะมามิหัง.

4.อะ มึง ไอ้ -----------(ออกชื่อ) หรือ อะ พวกมึง.....ในกรณีที่ฝ่ายนั้นมีหลายคน) เป็นลูกมนุษย์, กู เป็นลูกพระธรรม อะ มึง ไอ้.......(ออกชื่อ) หรือ พวกมึง อย่า อึ เพี้ยง!

ย่อให้สั้นเพื่ออ่านและจำง่ายว่า
อะ มึง ไอ้.........เป็นลูกมนุษย์ กู เป็นลูกพระธรรม อะ มึง ไอ้....อย่า อึ เพี้ยง!